ระเบียบโรงเรียนอนุบาลฮ่องลี่(ค่ายเม็งรายมหาราชอุปถัมภ์)

ว่าด้วยการวัดผลประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน    พุทธศักราช  ๒๕๔๕

…………………………………….

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๔๔ เมื่อวันที่  ๒
พฤศจิกายน   ๒๕๔๔   เพื่อใช้ในปีการศึกษา  ๒๕๔๖  ในชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๔ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๑   จึงเป็นการสมควรที่ทางโรงเรียนบ้านใหม่
ได้กำหนดระเบียบการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  
พุทธศักราช  ๒๕๔๕   
ดังนั้น จึงขอวางระเบียบการวัดผลประเมินผลดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า  “ ระเบียบโรงเรียนบ้านใหม่ ว่าด้วยการวัดผลประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๔๔ ”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา  ๒๕๔๖  ในชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๔ ปีการศึกษา  ๒๕๔๗  บังคับใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑,๒,๔,๕   ปีการศึกษา  ๒๕๔๘  บังคับใช้ทุกชั้นเรียนข้อ ๓ ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านใหม่  พุทธศักราช  ๒๕๔๕

หมวดที่  ๑หลักการในการประเมินผลการเรียน        

ข้อ ๔ การประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการต่อไปนี้                
๔.๑ โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน  โดยเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม                
๔.๒ การวัดและประเมินผลการเรียนต้องครอบคลุมและสอดคล้องสาระและมาตรฐานการเรียนรู้               
๔.๓ ประเมินเพื่อปรับปรุง พัฒนาผู้เรียน และตัดสินผลการเรียน                
๔.๔ วัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย  ตามสภาพจริง  และตรงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี                
๔.๕ เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินได้                
๔.๖ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนรู้ระหว่างรูปแบบการจัดการศึกษาระหว่างโรงเรียน 

หมวด  ๒วิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้        

ข้อ ๕ การประเมินผลเพื่อปรับปรุง  พัฒนาผู้เรียน  ให้ถือปฏิบัติดังนี้                
๕.๑ แจ้งให้ผู้เรียนทราบผลการเรียนรู้ ที่คาดหวังรายปี   วิธีการประเมิน                  
๕.๒ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านความรู้  ความเข้าใจ  ทักษะกระบวนการ  และคุณลักษณะอันพึงประสงค์                
๕.๓ ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผู้สอนต้องประเมินผู้เรียนก่อนการเรียน  เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐาน  และทักษะเบื้องต้นของผู้เรียน  โดยใช้เทคนิควิธีการ  เครื่องมือที่เหมาะสมกับการประเมินความรู้  คุณธรรม  จริยธรรม  และทักษะกระบวนการ                
๕.๔ ระหว่างภาคเรียน  ให้ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นระยะ  ๆ  ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้  เพื่อพัฒนาการเรียนของผู้เรียน  และเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลปลายปี  ตามอัตราส่วนการประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี  รายกลุ่มสาระการเรียนรู้ดังนี้ 

กลุ่มสาระ                                       ระหว่างเรียน        ปลายปี          คะแนนเต็ม
ภาษาไทย                                          ๖๐                     ๔๐                ๑๐๐
คณิตศาสตร์                                       ๕๐                     ๕๐                 ๑๐๐
วิทยาศาสตร์                                      ๕๐                    ๕๐                  ๑๐๐
สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม       ๕๐                     ๕๐                  ๑๐๐
สุขศึกษาพลศึกษา                              ๖๐                    ๔๐                  ๑๐๐
ศิลปะ                                                ๘๐                    ๒๐                  ๑๐๐

การงานอาชีพและเทคโนโลยี              ๗๐                   ๓๐                   ๑๐๐

ภาษาต่างประเทศ                               ๕๐                   ๕๐                   ๑๐๐
๕.๕ เมื่อถึงปลายปี  หลังจากจบกระบวนการเรียนการสอนทุกกิจกรรมให้มีการประเมินผลการเรียนปลายปี
โดยให้เลือกประเมินเฉพาะสาระการเรียนรู้ที่สำคัญ  ให้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้  ทักษะกระบวนการ  เวลาเรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์  เพื่อตรวจสอบความสามารถตามที่มาตรฐานกำหนดแล้วใช้เป็นข้อมูลในการประกอบ
การพิจารณาตัดสินเพื่อผ่านการเลื่อนชั้นในการประเมินผลปลายปีให้มีการประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์  
และเขียนสื่อความ  ตามที่สถานศึกษากำหนดข้อ ๖ ในการประเมินให้เลือกใช้เครื่องมืออย่างหลากหลาย  
และเหมาะสมกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังตามสาระการเรียนรู้  และมาตรฐานการเรียนรู้  ผลการประเมินให้อยู่ในรูปของคะแนน  
หรือระดับ  หรือเกรด        
ข้อ ๗  ให้ใช้ผลการประเมินในข้อ   ๕.๔  และ  ข้อ  ๕.๕   
ในการตัดสินผลการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่  ๓   ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓        
ข้อ ๘  ในการประเมินผลการเรียนรู้ตามข้อ  ๕.๕  ให้แจ้งระดับผลการเรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนเป็นระดับคุณภาพ  
ซึ่งเป็นรายละเอียดของระดับคุณภาพดังนี้        
๔       หมายถึง         ผลการเรียนดีมาก ได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ  ๘๐  ขึ้นไป        
๓       หมายถึง         ผลการเรียนดี            ได้คะแนนร้อยละ  ๗๐  - ๗๙        
๒       หมายถึง         ผลการเรียนพอใช้ ได้คะแนนร้อยละ  ๖๐  -  ๖๙        
๑       หมายถึง    ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด   ได้คะแนนร้อยละ  ๕๐  -  ๕๙        
๐       หมายถึง    ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด  ได้คะแนนร้อยละ  ๐  -  ๔๙                
ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด  ให้ครูผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริม  ปรับปรุงแก้ไข  
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์  ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ  จนผู้เรียนมีความรู้  ทักษะ  กระบวนการ  
จนผู้เรียนสามรถผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดภายในภาคเรียนถัดไป    ผลการประเมินที่ได้ให้ได้ไม่เกิน  ๑                
ในกรณีที่ผู้เรียนไม่เข้ารับการซ่อมเสริมในระยะเวลาที่กำหนด  ให้ครูผู้สอนบันทึกเสนอถึงผู้บริหารตามลำดับ
เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาเป็นกรณีไป                
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และกิจกรรมอ่าน  คิดวิเคราะห์  และการเขียน ให้สถานศึกษานำผลการการประเมินเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การตัดสิน ให้ได้รหัส  ผ  
และผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์การตัดสินให้ได้รหัส  มผ          
ข้อ ๙ การประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน  ถ้าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้
ผู้สอนวินิจฉัยข้อบกพร่องของผู้เรียนให้ชัดเจน  รวมทั้งกรณี  มผ  แล้วให้ดำเนินการตามข้อ  ๑๕        
ข้อ  ๑๐  ผู้เรียนต้องเข้ารับการประเมินปลายปี ทุกคน  แต่ถ้าผู้เรียนไม่ได้เข้ารับการประเมินปลายปี  เพราะเหตุสุดวิสัย  
ให้โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการประเมินผลได้ในภายหลัง  แต่ต้องไม่เกิน   ๓๐  วันทำการหลังจากเปิดภาคเรียน        
ข้อ  ๑๑  ให้โรงเรียนรายงานผลการประเมินปลายปี  ให้ผู้ปกครอง  และกรรมการสถานศึกษาทราบเป็นระยะ  ๆ 
 

หมวด  ๓การตัดสินผลการเรียน        

ข้อ  ๑๒  การประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  ๓  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓  เพื่อสรุปความสำเร็จของผู้เรียน  ที่จะนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาในระดับชั้นที่สูงขึ้น โดยการายงานผลเป็นระดับคะแนน  ๐  -  ๔        
ข้อ  ๑๓  ให้โรงเรียนประเมินผลการเรียนรู้ใน  ๕  ด้านดังต่อไปนี้                
๑๓.๑ การประเมินผลการเรียนตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ทุกกลุ่มวิชา                
๑๓.๒ การประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน                
๑๓.๓  การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์                
๑๓.๔  การประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์  การเขียน                
๑๓.๕  การสรุปเวลาเรียน        
ข้อ  ๑๔  เกณฑ์การผ่านช่วงชั้น  และการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดำเนินการดังนี้                
๑๔.๑  ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง  ๘  กลุ่ม  ครบ  ๓  ปี  และต้องได้รับการตัดสินผลการเรียน  ผ่าน ทุกรายวิชา                
๑๔.๒  ผู้เรียนต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่สถานศึกษากำหนดดังนี้
- ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวังแต่ละกิจกรรมทุกกิจกรรม
- ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ  ๘๐  ของเวลาเรียนทั้งหมดของทุกกิจกรรม
- ผู้เรียนต้องได้ผลการปฏิบัติกิจกรรมทุกกิจกรรมในระดับผลการเรียน  ผ่าน
๑๔.๓ ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนดดังนี้                                
-ให้ผู้ประเมินทำการประเมินผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง  โดยพิจารณาจากคุณลักษณะ  อันพึงประสงค์เป็นรายข้อ ให้ผลการประเมินเป็น  ผ่าน   หรือ  ไม่ผ่าน
- เมื่อสิ้นปีให้ผู้ประเมินสรุปผลการประเมิน  โดยพิจารณาจากคุณลักษณะอันพึงประสงค์  แล้วสรุปผลการประเมินเป็น  ๓  ระดับ  ดังนี้                        
ดีเยี่ยม                มีระดับผลการประเมิน      ร้อยละ  ๘๐  ขึ้นไป                        
ดี              มีระดับผลการประเมิน     ร้อยละ  ๖๐  -  ๖๙                        
ควรปรับปรุง     มีระดับผลการเรียนไม่ถึงร้อยละ    ๖๐                        
- ให้ผู้ประเมินแจ้งผลการสรุปการประเมินให้ผู้เรียนและผู้ปกครองทราบ
และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผู้เรียนที่มีผลการประเมิน  ควรปรับปรุง   โดยจัดกิจกรรมซ่อมเสริม  เพื่อให้ผู้เรียนได้ปรับปรุงแก้ไขจนกว่าผู้เรียนจะผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ภายในภาคเรียนถัดไป                        
- การสรุปผลการประเมินการผ่านช่วงชั้น  ให้ผู้ประเมินพิจารณาตัดสินการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแต่ละประการของผู้เรียน  เพื่อการผ่านช่วงชั้น  ให้พิจารณาจากผลการประเมินผู้เรียนในภาคเรียนสุดท้าย  และแนวโน้มการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน  จากบันทึกผลการประเมินที่ผ่านมาตลอดช่วงชั้น                        
- ผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกคุณลักษณะ  จะได้รับการพิจารณาให้ผ่านช่วงชั้น   
 ส่วนผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใดข้อหนึ่ง  จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ผ่านช่วงชั้น  ผู้เรียนต้องได้รับการซ่อมเสริม  แก้ไข  ปรับปรุง  ส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน  หรือให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณา  อนุมติเป็นกรณีไปจึงจะผ่านช่วงชั้นได้                
๑๔.๔  ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์  การเขียน    ได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดดังนี้                       
 - ผู้เรียนต้องได้ผลการประเมินในระดับ  ๔,   ๓,   ๒    จะได้ผลการประเมิน  ผ่าน                        
- ผู้เรียนที่ได้รับผลการประเมินในระดับ  ๑,   ๐  จะได้ผลการประเมิน  ไม่ผ่าน
สำหรับผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน  ให้ผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริม  ปรับปรุงแก้ไข  ในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน
จนกว่าผู้เรียนจะผ่านเกณฑ์การประเมิน                
๑๔. ๕  ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ  ๘๐  ของเวลาเรียนทั้งหมด        
ข้อ  ๑๕  ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาเลื่อนชั้นได้เป็นราย ๆ ไป                
๑๕.๑  ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การมาตรฐานการประเมินกลุ่มสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่โรงเรียนกำหนด ให้ผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริมปรับปรุงแก้ไขผู้เรียนที่ไม่ผ่านมาตรฐานการเรียนรู้ให้เกิดการพัฒนาการ
ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดให้ครบถ้วน  ถ้าผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์  และหมดระยะเวลาตามที่สถานศึกษากำหนด ให้ผู้เรียนขยายเวลาเรียนในชั้นปีสุดท้ายของช่วงชั้นออกไปอย่างน้อย  ๑  ปี  หรือจนกว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การผ่านช่วงชั้น                 
๑๕.๒ ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้เรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมเสริมตามที่สถานศึกษาจัดเสริม  ถ้าผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ และหมดระยะเวลาตามที่สถานศึกษากำหนด  ให้ผู้เรียนขยายเวลาเรียนในชั้นปีสุดท้ายของช่วงชั้นออกไปอย่างน้อย  ๑  ปี หรือจนกว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การผ่านช่วงชั้น                   
๑๕.๓ ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ของสถานศึกษา ครูผู้สอน   ต้องสอนซ่อมเสริม   หาวิธีการปรับปรุงแก้ไข  หรือปฏิบัติกิจกรรมความดีชดเชยจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดจึงจะผ่านช่วงชั้น  ถ้าผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ และหมดระยะเวลาตามที่สถานศึกษากำหนด  ให้ผู้เรียนขยายเวลาเรียนในชั้นปีสุดท้ายของช่วงชั้นออกไปอย่างน้อย  ๑  ปี  หรือจนกว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การผ่านช่วงชั้น                
๑๕.๔  ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์   เขียน    ให้ผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริม   ปรับปรุงแก้ไขจนกว่าผู้เรียนจะผ่านเกณฑ์  ถ้าผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ และหมดระยะเวลาตามที่สถานศึกษากำหนด  ให้ผู้เรียนขยายเวลาเรียนในชั้นปีสุดท้ายของช่วงชั้นออกไปอย่างน้อย  ๑  ปี  หรือจนกว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การผ่านช่วงชั้น                
๑๕.๕  ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ  ๘๐  อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย  แต่ลักษณะอื่น  ๆ  ครบถ้วน  ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเป็นกรณีไป        
ข้อ  ๑๖  คณะกรรมการบริหารหลักสูตรเป็นผู้ตัดสินผลการเลื่อนชั้น  การผ่านช่วงชั้น  การจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ แล้วแจ้งให้คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ    

หมวด  ๔  การเทียบโอนผลการเรียน        

ข้อ  ๑๗  การเทียบโอนผลการเรียน เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้  ทักษะและประสบการณ์ของผู้เรียน ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ  และการศึกษาตามอัธยาศัย มาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง  แนวการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบสถานศึกษา  ว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนดังนี้-
๑๗.๑ ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน  หรือนักศึกษาของสถานศึกษาใดสถานศึกษาหนึ่ง ทั้งนี้ผู้ขอเทียบโอนจะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ โดยสถานศึกษาดังกล่าวดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนในภาคเรียนแรกที่ขันทะเบียนเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น๑๗.๒ จำนวนสาระการเรียนรู้  รายวิชา  จำนวนหน่วยการเรียนที่จะรับเทียบโอน และอายุของผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอน  ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของสถานศึกษาทั้งนี้เมื่อขอเทียบโอนแล้วผู้ขอเทียบโอนต้องมีเวลาเรียนอยู่ในสถานศึกษา
ที่จะรับเทียบโอนไม่น้อยกว่า  ๑  ภาคเรียน๑๗.๓ การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปคณะกรรมการ
เทียบโอนผลการเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า  ๓  คน  แต่ไม่เกิน  ๕  คน  
๑๘. การเทียบโอนให้ดำเนินการดังนี้                
๑๘.๑ การเทียบระดับการศึกษา                        
การเทียบระดับการศึกษา หมายถึง  การนำผลการเรียน  ความรู้  และประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ  ไม่แบ่งระดับมาประเมิน  เพื่อเทียบเท่าการศึกษาระดับใดระดับหนึ่ง มีแนวทางการเทียบระดับการศึกษาดังนี้                
๑๘.๑.๑  ผู้ขอเทียบระดับการศึกษาจะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ  หรือสถานศึกษษนอกระบบที่จัดการศึกษาเป็นระบบเดียวกันกับการศึกษษในระบบและเป็นผู้สำเร็จการศึกษา
ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ  ในระดับที่ต่ำกว่าระดับการศึกษาที่ขอเทียบ  ๑  ระดับ ผู้ไม่เคยมีวุฒิการศึกษาใด  ๆ จะเทียบระดับการศึกษา  ได้ไม่เกินระดับประถมศึกษา                
๑๘.๑.๒  ให้สถานศึกษาซึ่งเป็นที่ทำการเทียบระดับการศึกษา ดำเนินการเทียบระดับด้วยการประเมินความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้ขอเทียบระดับ  
ด้วยวิธีการหลากหลาย  ทั้งการทดสอบ การประเมินแฟ้มผลงาน  และการสังเกตพฤติกรรมต่าง  ๆ  ให้ครอบคลุมคุณลักษณะของผู้เรียนทั้งด้านพุทธิพิสัย  จิตพิสัย  และทักษะพิสัย  ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตร  ของหลักสูตรที่ขอเทียบระดับ                
๑๘.๑.๓ ผู้ผ่านการประเมินจะได้รับหลักฐาน  แสดงผลการประเมินเทียบระดับความรู้  และใบประกาศนียบัตรรับรองระดับความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ                
๑๘.๒ การเทียบโอนผลการเรียน                        
การเทียบโอนผลการเรียนหมายถึง  การนำผลการเรียนที่เป็นความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ  การศึกษาตามอัธยาศัย และผลการศึกษาจากต่างสถานศึกษามาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา  ตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งที่กำลังศึกษา มีแนวการดำเนินการดังนี้                
๑๘.๒.๑ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร  และวิชาการของสถานศึกษากำหนดจำนวนรายวิชา   จำนวนหน่วยกิต ที่สถานศึกษาจำกัดให้ผู้เรียนสามารถขอเทียบโอนได้ได้ในการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละช่วงชั้น ทั้งนี้ผู้เรียนจะต้องเหลือรายวิชาที่จะต้องศึกษาในสถานศึกษาอย่างน้อย  ๑  ภาคเรียน   พร้อมกับการกำหนดแนวทาง และวิธีการเทียบโอนผลการเรียนเดิมที่ผู้เรียนศึกษาก่อนเข้าเรียนในสถานศึกษา และกรณีเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษาต่างสถานศึกษา จะต้องจัดทำเป็นระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่า
ด้วยการเทียบโอนผลการเรียน
๑๘.๒.๒ สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา  
ปฏิบัติหน้าที่กำหนดสาระ  จัดสร้างเครื่องมือ สำหรับการเทียบโอนผลการเรียน  และดำเนินผลการเรียน                
๑๘.๒.๓  คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน  ทำการเทียบโอนผลการเรียนให้ผู้เรียนดังนี้                        
๑. กรณีเทียบโอนผลการเรียนเดิม  ที่ผู้เรียนศึกษามาก่อนเข้าสถานศึกษา                                
๑.๑ ให้ดำเนินการให้เสร็จในภาคเรียนแรกที่ผู้เรียนเข้าศึกษาในสถานศึกษา                                
๑.๒ ให้เทียบโอนผลการเรียนเป็นรายวิชา                                
๑.๓ ผู้เรียนยื่นคำร้องเป็นรายลักษณ์อักษร  ขอเทียบความรู้เป็นรายวิชาของหลักสูตรของสถานศึกษาตามจำนวนรายวิชาที่สถานศึกษา
กำหนดไว้ในระเบียบการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา  ให้ผู้เรียนยื่นคำร้องพร้อมเอกสารหลักสูตรหลักสูตรที่นำมาขอเทียบ และเอกสารการศึกษาที่ได้รับมา                                
๑.๔ คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนพิจารณาหลักสูตรและหลักฐานเอกสารเดิมของผู้เรียน เพื่อเปรียบเทียบหลักสูตรที่เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชาที่ขอเทียบโอน ถ้ามีจุดประสงค์และเนื้อหาตรงกัน  ไม่น้อยกว่าร้อยละ  ๖๐  ให้รับเทียบโอนได้  และให้ได้ระดับผลการเรียนตามที่ได้มา ในกรณีผู้เรียนย้ายสถานศึกษาแต่ถ้าเป็นกรณีเทียบโอนผลการเรียน
จากสถานศึกษาต่างระบบให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอน พิจารณาว่าควรยอมรับผลการเรียนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องประเมินใหม่ด้วยวิธีการต่าง  ๆ ที่เหมาะสม                                
๑.๕ คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน  จัดให้มีการประเมินความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของผู้เรียนใหม่ตามผลการเรียนที่คาดหวังของรายวิชา
ที่ผู้ขอเรียนเทียบในกรณีที่ผู้เรียนไม่มีเอกสาร  หลักฐานการศึกษาเดิมมาแสดง หรือหลักสูตรที่ผู้เรียนนำมาขอเทียบโอนมีความสอดคล้องของจุดประสงค์และเนื้อหาสาระของหลักสูตรที่
ขอเทียบไม่ถึงร้อยละ  ๖๐ผู้เรียนที่ผ่านการประเมินจะได้รับการเทียบโอนผลการเรียน
ให้โดยได้ระดับผลการเรียนตามที่ประเมินได้ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินจะไม่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียน                       
๒. กรณีผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดวิชาหนึ่ง    ต่างสถานศึกษา หรือขอศึกษาด้วยตนเองให้ดำเนินการดังนี้                        
๑. ให้ดำเนินการโดยผู้เรียนยื่นคำร้องไปศึกษาต่างสถานที่หรือต่างรูปแบบต่อคณะกรรมการเทียบโอน
ผลการเรียนซึ่งจะพิจารณาผลการเรียนและความจำเป็นของผู้เรียนตามระเบียบการจัดการศึกษา  
๓  รูปแบบของสถานศึกษาที่จะจัดการศึกษาในระบบ
๒. รายวิชาที่ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษา หรือต่างรูปแบบต้องมีจุดประสงค์และเนื้อหาสาระสอดคล้อง
กับรายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษาที่จะนำมาเทียบโอนไม่น้อยกว่าร้อยละ  ๖๐                        
๓. กรณีผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษาหรือระบบที่มีสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนแน่นอน  ถ้าเห็นควรอนุญาตให้ไปเรียนได้ให้มีการประสานงานเรื่องการจัดการเรียนการสอน  การประเมินผล  และการรับโอนผลการเรียนกอนเมื่อได้ตงลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วจึงจะอนุญาตเมื่อศึกษาสำเร็จแล้ว  ให้รับโอนผลการเรียนได้ทันที                        
๔. กรณีผู้เรียนขออนุญาตศึกษาด้วยตนเอง  หรือศึกษาในสถานศึกษาที่ไม่สามารถติดต่อประสานงานได้  ถ้าคณะกรรมการพิจารณาความจำเป็นแล้วเห็นควรอนุญาต  เมื่อผู้เรียนมารายงานผลการเรียน  ให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนทำการเทียบโอนผลการเรียนให้ผู้เรียนเช่นเดียวกับ
กรณีการเทียบโอนผลการเรียนเดิมที่ผู้เรียนศึกษามาก่แอนเข้าศึกษาในสถานศึกษา (๑)                         
๑๘.๒.๔ คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน  รายงานผลการเทียบโอนให้คณะกรรมการหริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ  แอและเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบโอนผลการเรียน

หมวด  ๕หน้าที่ของสถานศึกษา        

๑๙. ให้สถานศึกษาจัดให้มีเอกสารการประเมินผลการเรียนต่าง  ๆ  ดังนี้                
๑๙.๑ ระเบียบแสดงผลการเรียน  ( Transcrips  )  (   ปพ. ๑  ) เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียนของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้กลุ่มวิชา  และกิจกรรมต่าง  ๆ ที่ได้เรียนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพ
และความสำเร็จการศึกษาของผ้เรียนแต่ละคน  และใช้เป็นหลักบานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ  สมัครทำงาน หรือดำเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องศึกษาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษา  และรับรองวุฒิการศึกษา ของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับวุฒิการศึกษาของตน                
๑๙.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  ( ปพ ๓ )  เป็นแบบรายงานชื่อ และข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ ยืนยันและรับรองความสำเร็จและวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน  ต่อเขตพื้นที่การศึกษา
๑๙.๔ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ( ปพ ๔ )  เป็นเอกสารรายงานการพัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม  ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ที่สถานศึกษา กำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาผูเรียนเป็นพิเศษ  เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตามวิศัยทัศน์ของสถานศึกษา  เป็นการายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพ  หรือระดับคุณธรรม   จริยธรรม  ค่านิยม  หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น  สถานศึกษาต้องจัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุก  ๆ  คน   ควบคู่กับระเบียนผลการเรียนของผู้เรียน  เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณลักษณะของผู้เรียนเพื่อประกอบการสมัครศึกษาต่อหรือสมัครทำงาน                
๑๙.๕ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ( ปพ ๕ )  เป็นเอกสารสำหรับผู้สอนใช้บันทึกเวลาเรียน  ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียนและข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนในห้องหรือกลุ่มเดียวกัน  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ปรับปรุง  แก้ไข  ส่งเสริม  และตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน  รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ  ยืนยันสภาพการเรียน  การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง  ๆ   และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนแต่ละคน                
๑๙.๖ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล  ( ปพ ๖ )  เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียน  พัฒนาการด้านต่าง  ๆ  และข้อมูลอื่น  ๆ  ของผู้เรียน                
๑๙.๗ ใบรับรองผลการศึกษา  ( ปพ ๗ )  เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้ผู้เรียนเป็นการเฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว  ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จการศึกษาและสำเร็จการศึกษาแล้ว                
๑๙.๘ ระเบียนสะสม  ( ปพ ๘ )  เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและผลงานด้านต่าง  ๆ  ของผู้เรียนทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน  เพื่อประโยชน์ในการแนะแนวผู้เรียนในทุก  ๆ  ด้าน